คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกหลังการเรียนครั้งที่ 11

บันทึกการเรียน
Science Experiences Management for Early Childhood
ครูผู้สอน คุณครูจินตนา สุขสำราญ
Go to Class 8:10
Out to Class 12:20
กิจกรรมที่ทำ
 
วันนี้เป็นวันที่เพื่อนๆ แต่ละกลุ่มต้องสอบสอนกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วเพื่อนๆยังไม่พร้อมเท่าที่ควร แต่ทุกคนเตรียมอุปกรณ์มาพร้อม  อาจารย์จึงให้คำปรึกษาใหม่อีกครั้ง และอาจาย์ก็เปิดโอกาสให้นักศึกษาลองสอนด้วย ซึ่งมีทั้งหมดดังนี้ค่ะ
 
1.หน่วยข้าว(rice)


 
 
นำภาพบรรยากาศมาฝากจ้า
 
 
2.หน่วยไข่(Eggs)
 
 
 
นำภาพบรรยากาศมาฝากจ้า


 
3.หน่วยกล้วย(banana)
 

 
 นำภาพบรรยากาศมาฝากจ้า
 
 
 
 
 
 
 
เทคนิคการสอนของอาจารย์
วันนี้อาจารย์มีเทคนิคการสอนที่แปลกๆใหม่ๆ ไม่ซ้ำกับใคร คือ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลองสอนจากนั้นให้คำแนะนำเพิ่มเติม และให้นักศึกษาร่วมแสดงความคิดเห็น
 
การประเมิน (Evaluate)
 
การประเมินตนเอง
วันนี้กลุ่มดิฉันทุกคนตั้งใจสอนกันเต็มที่ มีการเตรียมตัวที่ดี   แต่งกายเรียบร้อย พูดคุยกับเพื่อนบ้างเล็กน้อย ร่วมสนทนาซักถามกับอาจารย์และเพื่อนๆ
 
การประเมินเพื่อน
วันนี้เพื่อนส่วนใหญ่ตื่นเต้นกันมากที่จะได้สอบสอน  มีการเตรียมอุปกรณ์มาพร้อม และมีสื่อต่างๆ ที่น่าสนใจ
 
การประเมินอาจารย์
วันนี้อาจารย์แต่งการเรียบร้อยสวยงาม  มีการพูดแนะนำนักศึกษาในสิ่งที่นักศึกษายังไม่มี เปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมแสดงความคิดเห็น
 
สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม
- เพื่อนที่ยังไม่สอนให้เตรียมมาสอนในอาทิตย์หน้า
หมายเหตุ
- แก้แผนตามคำแนะนำของอาจารย์
 

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกหลังการเรียนครั้งที่ 10

บันทึกการเรียน
Science Experiences Management for Early Childhood
ครูผู้สอน คุณครูจินตนา สุขสำราญ
Go to Class 8:10
Out to Class 12:20
 
กิจกรรมที่ทำ
 
วันนี้อาจารย์เริ่มต้นชั่วโมงด้วยการ ให้สมาชิกในห้องแถวที่ 2 ออกมาหน้าชั้นเรียน และให้นักศึกษาสังเกตดูว่าสิ่งของเหล่านี้สามารถจัดรูปแบบได้แบบไหนบ้าง และดิฉันมีภาพประทับใจมากฝากทุกคนด้วยค่ะ

 
Knowledge
ถ้าเราจะจัดกิจกรรมให้กับเด็กเราต้องมีความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็ก แล้วเมื่อถึงวุฒิภาวะเด็กจะเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น


 
 
เชื่อมโยงแนวคิดพื้นฐานเข้าสู่กิจกรรม
 
 Activities 1
 

 
 
ชื่อการทดลอง:แสงเทียนอัศจรรย์
Equipment
1.Taper
2.Match
3.Glass
4.Cup
 
Methods
1.จุดเทียนไข แล้ววางบนก้นถ้วย
2.นำแก้วคว่ำบนเทียนไข
3.สังเกตเทียนไข
 
Results
 จากการทดลองปรากฎว่า เมื่อนำแก้วมาคว่ำบนเทียนไข   ทำให้ อากาศภายในแก้วน้ำดันออกมา ทำให้เทียนไขดับ
 
อุปสรรคและข้อควรระวังในการทดลอง
1.ครูและเด็กควรระวังอันตรายที่เกิดจากการทดลอง
2.ครูควรเก็บอุปกรณ์ที่ใช้แล้วให้ถูกที่
   ปัญหา  คือ แก้วน้ำสั้นกว่าเทียน
   วิธีแก้ไข  คือ ตัดเทียนไขให้สั้นกว่าแก้ว
                  
Activities 2



ชื่อการทดลอง:ดอกไม้เบ่งบาน
 Equipment
1. Paper
2. Container
3. water
 
 
 Methods
1.พับกระดาษ A4 เป็น 4 ช่องแต่เราเอาแค่ช่อง 1
2.แล้วพับเป็นมุม 4 มุม แล้วฉีกให้เป็นรูปดอกไม้
 3. นำกระดาษที่เราพับไว้ไปลอยน้ำ
4.สังเกตการเปลี่ยนแปลงของกระดาษ
 
 Results
จาการทดลอง นำกระดาษไปลอยน้ำ เมื่อกระดาษถูกน้ำกระดาษจะค่อยๆคลี่ออกหรือคลายตัวออก เนื่องจากน้ำซึมซับเข้าไปในเนื้อกระดาษทำให้การะดาษคลี่ออก
 
อุปสรรคและข้อควรระวังในการทดลอง
1.ถ้าเราพับกระดาษแน่นเกินไปกระดาษจะเปลี่ยนก่อน แล้วจะไม่คลี่ออก
2. เวลาฉีกกระดาษอาจใช้การออกแรงเยอะมาก อาจทำให้เป็นอันตรายกับข้อมือเด็ก เพราะเด็กวัยนี้กล้ามเนื้อมััดเล็กของเขายังต้องการพัฒนาอยู่
                      
 
Activities 3

 
 
เทคนิคการสอน
อาจารย์ใช้สื่อที่หลากหลายน่าสนใจ เร้าความอยากรู้อยากเห็นให้เด็ก เช่น การทดลองเทียนไขอัศจรรย์  ทำให้เกิดการเรียนรู้ โดยใช้คำถาม  What  < Why  < When  เพื่อให้เด็กค้นคว้าหาคำตอบต่อไป
 
การประเมิน Evaluate
การประเมินตนเอง
วันนี้ตั้งใจดูอาจารย์ทดลองให้นักศึกษาดู และมีส่วนร่วมในการทดลองกับอาจารย์และร่วมตอบคำถามกับเพื่อนในห้อง แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมดี
 
การประเมินเพื่อน
วันนี้เพื่อนส่วนใหญ่แต่งกายเรียบร้อยดี สนใจในสิ่งที่อาจารย์สอน อาจมีคุยกันบางนิดหน่อย
 
การประเมินอาจารย์
วันนี้อาจารย์มีเทคนิคการสอนให้นักศึกษาได้ฝึกคิด อย่างมีตรรกะ ความรู้ และการเชื่อมโยงเข้ากับเด็กปฐมวัยได้
 
การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
นำเทคนิคการสอนที่อาจารย์แนะนำไปปรับใช้ ในรายวิชาอื่นให้ถูกต้องและเหมาะสม และนำไปจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย
 
สิ่งที่ต้องศึกษาค้นคว้า
-สัปดาห์หน้าสอนตามหน่วยของตนเอง(หน่วยไข่)
-ลิงค์กรอบมาตราฐานวิทยาศาสตร์
 
หมายเหตุ
-วันนี้อาจารย์ติวแผนการสอนอย่างเข้มข้น เพราะสัปดาห์หน้านักศึกษาจะสอบสอน

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกหลังการเรียนครั้งที่ 9

บันทึกการเรียน
Science Experiences Management for Early Childhood
ครูผู้สอน คุณครูจินตนา สุขสำราญ
Go to Class 8:15
Out to Class 12:20
กิจกรรมที่ทำ
Knowledge
 
วันนี้อาจารย์เริ่มต้นชั่วโมงเรียนด้วยการให้เพื่อนที่ยังไม่นำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมานำเสนอ
 
                              สื่อที่นำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
 
 

 
สื่อที่ดิฉันประทับใจมาก


นางสาว ขวัญฤทัย ใยสุข

วิธีเล่น
- เล่น 2 คน แล้วดึงเชือกเพื่อให้จรวดแล่น
 
หลักการวิทยาศาสตร์
 -การออกแรงดึง และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปล่อย จะทำให้วัตถุกระทบกันทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้
 


จากนั้นอาจารย์ก็ให้แต่ละกลุ่มหันหน้าเข้าหากัน เพื่อที่จะปรึกษาหารือกันภายในกลุ่ม พร้อมคิดสื่อที่เข้ามุมกับสื่อของเล่นที่เกี่ยวกับหน่วยไข่(Eggs)  และอาจารย์ก็แนะนำการเขียนแผนตั้งแต่แผ่นแรก จนถึงการสอนวันที่ 3 ของสัปดาห์ แล้วอาจารย์ก็เลือกให้ว่าแต่ละกลุ่มสอนวันไหน ซึ่งกลุ่มของดิฉัน สอนคือ การประกอบอาหารจากไข่
 
เทคนิคการสอน
อาจารย์ใช้วิธีการสาธิตและระดมความคิดเพื่อให้นักศึกษามีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็น เพื่อฝึกการคิดและการตอบคำถาม
 
การประเมิน( Evaluate )
 
 
การประเมินตนเอง
 
วันนี้แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียนดี สนทนาโต้ตอบกับอาจารย์ ในเชิงวิชาการ แต่รู้สึกล้าอย่างบอกไม่ถูกต้องท้ายชั่วโมง อาจารย์เป็นเพราะเรียนถึง 12:25 เลยทำให้เหนื่อยค่ะ
 
การประเมินเพื่อน
วันนี้เพื่อนส่วนใหญ่คุยกัน จนบางครั้งอาจารย์ต้องเตือนอยู่บ่อยๆ  และดูหน้าตาเหนื่อยๆ กันทุกคน
 
การประเมินอาจารย์
วันนี้อาจารย์ตั้งใจสอน และให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องของการทำสื่อ ว่าทำอย่างไรจะได้ใช้สื่อคุ้มและคงทน และให้คำปรึกษาในเรื่องการเขียนแผนเต็มความสามารถและทุ่มเทมาก
 
สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม
-การทำสื่อเข้ามุม
-การทำของเล่นเกี่ยวกับหน่วยไข่
 
หมายเหตุ
วันนี้ไม่มีการนำเสนอบทความเนื่องจากเวลาหมดก่อน

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกหลังการเรียนครั้งที่ 8

บันทึกการเรียน
Science Experiences Management for Early Childhood
ครูผู้สอน คุณครูจินตนา สุขสำราญ
Go to Class 8:10
Out to Class 12:20
 
 
 กิจกรรมที่ทำ
 
Knowledge
 
วันนี้อาจารย์เริ่มต้นชั่วโมงด้วยการให้นักศึกษานำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์ ซึ่งสื่อของดิฉัน ชื่อ:ล้อรถจากหลอดด้าย
 
อุปกรณ์(Equipment)
     
         1.ด้าย(Reel)
      2.ยางรัดแกง
            3.เทียน(Candle)
               4.ก้านธูป(Incense)
 
วิธีทำ(Complete)
 

 
 
        เสร็จแล้วค่ะ  ล้อรถจากหลอดด้าย ใช้หลักการวิทยาศาสตร์โดย การออกแรงหมุนก้านธูป เพื่อให้หนังยางบิดเป็นเกลียวและตึงซึ่งจะสะสมในรูปแบบของพลังงานศักย์ และเมื่อปล่อย หนังยางจะคลายตัวทำให้ล้อรถหลอดด้ายเคลื่อนที่ได้กลายเป็นรูปแบบพลังงานจลน์
 
 
 
การทำวิทยาศาสตร์แบบมีส่วนร่วม

 
 
ชื่อสื่อ : การสมดุล
วิธีเล่น : ต่อเป็นรูปต่างๆ ได้ตามใจชอบ ไม่ใหเล้มหรือพัง
 
 
 สื่อที่ดิฉันรู้สึกมากๆ และประทับใจ
 
           ชื่อสื่อ :นักดำจากหลอดกาแฟ
                    วิธีเล่น : เมื่อบีบขวดนักดำน้ำจะจม แต่ถ้าปล่อยนักดำน้ำจะลอยพุ่งขึ้น

 
 
 
ผลงานของเพื่อนๆค่ะ
 
 

 
 
จากนั้นอาจารย์พูดคุยสนทนาเกี่ยวกับเรื่องแผนการสอนและสื่อที่ใช้ในการสอน
 
1.แผนการสอนกลุ่ม   ''หน่วยไข่'' แก้ไขแล้วดังรูปค่ะ


 
กลุ่มของเราได้แบ่งการสอนตามวันดังนี้ค่ะ
 
    วันที่ 1 ชนิดของไข่  (นิตยา ใยคง)
    วันที่ 2 ลักษณะของไข่  (ศิริวรรณ แก้วประสิทธิ์)
    วันที่ 3 ส่วนประกอบของไข่ (กนกวรรณ เทพดนตรี)
    วันที่ 4 ประโยชน์ของไข่ ( จิราภรณ์  นวลโฉม)
    วันที่ 5 การเก็บรักษาไข่ (จิราวรรณ จันทร์หนองหว้า)
 
สื่อที่ใช้ในการสอนเกี่ยวกับ ''หน่วยไข่''
 
-อาจารย์ให้ไปคิดมา จากนั้นอาจารย์จะแนะนำ ให้สื่อสมบูรณ์ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
 
เทคนิคการสอน
 
อาจารย์ใช้เทคนิคที่เปิดโอกาสให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น อาจารย์จะยกตัวอย่างที่ชัดเจนเข้าใจง่าย และใช้สื่อในการสอนที่หลากหลาย
 
การประเมิน( Evaluate )
 
การประเมินตนเอง
วันนี้แต่งกายเรียบร้อย ร่วมสนทนาตอบโต้กับอาจารย์ในเชิงวิชาการ สามารถตอบคำถามได้ถูกต้อง
 
การประเมินเพื่อน
วันนี้เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ตั้งทำสื่อมากๆ และสามารถตอบคำถามของอาจารย์ได้
 
การประเมินอาจารย์
วันนี้อาจารย์แนะนำเรื่องสื่อ และการเขียนแผนการสอน
เปิดโอกาสให้นักศึกษามีส่วนร่วม
 
การนำไปประโยชน์ใช้
นำสื่อแบบต่างๆ ที่เพื่อนนำเสนอไปประยุกต์ใช้หรือปรับปรุงให้เหมาะสมกับหน่วยที่จะสอน
 
สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่ม 
-การเขียนแผน
-การทำสื่อการสอนในหน่วยไข่
-ทำไม หลอดด้าย ถึงหมุนได้
 
หมายเหตุ
-เพื่อนบางส่วนลืมนำสื่อวิทยาศาสตร์มาส่ง


วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สรุป เรื่อง อากาศมหัศจรรย์

                                     
บันทึกการเรียน
Science Experiences Management for Early Childhood
ครูผู้สอน คุณครูจินตนา สุขสำราญ
 
สรุป เรื่อง อากาศมหัศจรรย์




การนำไปประยุกต์ใช้

สามารถนำไปสอนในหน่วย ลม ได้ คือเราจะรู้เทคนิคการสอน หรือการรับมือกับเด็กได้  แจะจัดประสบการณ์ให้เด็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียนครั้งที่ 7


บันทึกการเรียน
Science Experiences Management for Early Childhood
ครูผู้สอน คุณครูจินตนา สุขสำราญ
Go to Class 8:20
Out to Class 12:20
 
Activities
วันนี้เริ่มต้นชั่วโมงด้วยการประดิษฐ์(Invention) สื่อจากเศษกระดาษที่เหลือจากการทำสื่อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
 Activities :1
Equipment
  1. Paper
  2. Scissors
  3. Paperclip

Procedure




1.เตรียมอุปกรณ์
2.ตัดกระดาษครึ่งหนึ่ง(ยกเว้นแถวที่ 3-4)
3.ได้ภาพเป็นแบบนี้
4.พับหัวกระดาษ 1-2 ซม. แล้วใช้คลิปหนีบ



Trials
 
Rerults
Grop :1 -2  หมุนได้ดี  เพราะมีการตัดกระดาษที่ลึกและสมดุล ทำให้กระดาษหมุนและทรงตัวได้ดีในอากาศ
 
Grop: 3-4 หมุนน้อย  ลงเร็ว  บางคนก็ไม่หมุน
 
Solutions
-ตัดปีกให้ลึกลงไปอีก เท่า Grop 1-2
-เปลี่ยนวิธีการโยน
 
Knowledge
 
The Teacher' s  Question
 1. What is the wind=?
Answers:อากาศที่เคลื่อนที่
 
 2. What is the weather=?
Answers:สิ่งทีอยู่รอบตัวเรา ต้องการที่อยู่ มีน้ำหนัก
 
 
Activities: 2
 
Equipment
  1. Scissors
  2.  Paint
  3. Ruler
  4. Basin
  5. Rope
วิธีการทำ
1.เตรียมอุปกรณ์
2.ตัดแกนทิชชู่พร้อมเจาะรูตรงกัน


3.ตกแต่งให้สวยงาม
4.ร้อยเชือกใส่ในรูที่เจาะไว้



5.เสร็จแล้วผลงานของหนู
                                                                                    

                                                                    

                                                  มาเล่นกันเถอะ
 





วิธีเล่น : ผูกเชือกไว้ที่คอ ใช้มือดึงเชือกขึ้นลงไปมา จะทำให้ภาพขึ้นลงได้ตามภาพ เราสามารถประดิษฐ์สื่อขึ้นเองได้ โดยใช้วัสดุใกล้ตัว นอกจากแกรนกระดาษทิชชู่แล้ว ยังมี แผ่นซีดี จานกระดาษ หนังสือพิมพ์ ที่สามารถนำมาเป็นสื่อได้ โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อ


จากกิจกรรมที่ 2 เราก็มานำเสนอบทความประจำวันของเราเช่นเคย

1.miss Jiraporn  Noulchom

เรื่อง :สะกิดลูกให้คิดแบบวิทยาศาสตร์
โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก สำนักงานสนับสนุนงานวิจัย(สกว) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) คือ รูปแบบ 5 Es Model ประกอบด้วยขั้นตอนง่ายๆ 5 ขั้น ซึ่งพ่อแม่สามารถนำไปฝึกลูกให้คิดแบบวิทยาศาสตร์ได้ดังนี้

ขั้นที่ 1Enqaqe
เมื่อลูกอย่างเรียน 2 อย่างพร้อมกัน พ่อแม่ ควรตรวจสอบความรู้เดิมของลูกก่อน ว่ามีพื้นฐานขนาดไหน หรือเข้าใจถูกต้องหรือไม่

ขั้นที่ 2 Explore
ให้ลูกเสาระแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง โดยการค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องที่สนใจและอยากรู้ จากแหล่งต่าง พ่อแม่ไม่ควรไปเผลอบอกลูกก่อน

ขั้นที่ 3 Explain
ให้ลูกลองวิเคราะห์ตรวจสอบความรู้ที่ตนเองสร้างจากขั้นที่ 2 โดยพูดคุยกับลูก และให้ลองอธิบายเรื่องที่ได้เรียนรู้ตามความเข้าใจของตนเอง

ขั้นที่ 4 Elaborate
ลองให้ลูกเชื่อมโยง และขยายความรู้ในสิ่งที่เรียนรู้ ไปยังสิ่งที่อยู่รอบตัว อาจจะทดลองง่ายๆ ที่บ้าน

ขั้นที่ 5 Evaluate
พูดคุยกับลูก ให้ลูกลองสะท้อนความรู้และความคิดที่ตนเองสร้างขึ้นมา จะให้เด็กตระหนักคิดแบบวิทยาศาสตร์

  2.Miss Anna Chawsuan

   การเรียนรู้จากนิทานเรื่องนี้มีขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย
ขั้นตอนแรกคือ ขั้นนา เด็กได้ร้องเพลงไก่ พร้อมทั้งทาท่าทางประกอบเพลงอย่างอิสระ ฟังนิทานเรื่องหนูไก่คนเก่ง สนทนาและตั้งคาถามในการสืบค้นเกี่ยวกับสัตว์ในนิทานเรื่องหนูไก่คนเก่งที่เด็กชื่นชม คือ ไก่และเป็ด

ขั้นตอนที่สอง ขั้นสอน ชวนเด็กตั้งคาถามเชิงวิทยาศาสตร์ในการสืบค้น “อยากรู้จังไก่กับเป็ดเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้างคะ” หนูรู้ได้อย่างไร บอกรายละเอียดมาให้มากที่สุด สารวจตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับไก่และเป็ด โดยนาลูกไก่มาให้เด็กสังเกตรูปร่าง ลักษณะ ขนาด และอาหารของลูกไก่ด้วยตาเปล่าและแว่นขยาย โดยบอกรายละเอียดของลูกไก่ให้มากที่สุด และนาลูกเป็ดมาให้เด็กสังเกตรูปร่าง ลักษณะ ขนาด และอาหารของลูกเป็ด ด้วยตาเปล่าและแว่นขยายโดยบอกรายละเอียดของเป็ดให้มากที่สุด นอกจากนั้น คุณครูพาเด็ก ๆ ไปศึกษาหารู้ความรู้เพิ่มเติมจากฟาร์มเลี้ยงไก่และเป็ดที่ อบต. นาเพียง ใกล้โรงเรียน และสังเกตรายละเอียดของไก่และเป็ด จากนั้นให้เด็กแต่ละกลุ่มช่วยกันนาเสนอผลงานผ่านภาพวาด และบันทึกคาพูดเด็กจากการสังเกต และเปรียบเทียบรูปร่างลักษณะและขนาดของไก่และเป็ดอย่างอิสระ

ขั้นสุดท้าย คือ ขั้นสรุป เด็กนาเสนอผลงานจากการสังเกตรูปร่างลักษณะของไก่และเป็ดผ่านภาพวาดบนกระดาน เด็กได้รู้ว่าไก่และเป็ดมีรูปร่างลักษณะต่างกัน โดยค้นพบคาตอบด้วยตนเองจากการสังเกตและเปรียบเทียบ



 
ประสบการณ์สาคัญที่เด็กๆ ได้รับจากกิจกรรมนี้ คือ การแสดงความรู้สึกด้วยคาพูด การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง การสารวจและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างของไก่และเป็ด การเปรียบเทียบรูปร่าง ลักษณะ และขนาดของไก่และเป็ด


3.Miss Chanida  Bunnakho

เรื่อง: เทคนิคการสอนวิทยาศาสตร์
1. ส่งเสริมและฝึกให้เด็กรู้จักสังเกต
ผู้ดูเด็กควรจะแนะนำหรือฝึกให้เด็กหัดสังเกตในสิ่งที่เขากำลังสนใจอยู่ เช่น ผู้เลี้ยงดูเด็กอาจจะพูดให้เด็กสังเกตว่าตัวหนอนมีลักษณะอย่างไร ตัวหนอนโตขึ้นแล้วมันจะค่อย ๆ กลายเป็นผีเสื้อ


2.สร้างความชัดเจนว่าวิทยาศาสตร์เป็นของเด็กทุกคนไม่ควรไปบอกกับเด็กว่าหนูไม่เหมาะกับวิทยาศาสตร์ หนูเรียนไม่ได้ เพราะจะไปตอกย้ำให้เด็กรู้สึกเช่นนั้น หรือต้องไม่บอกเด็กว่าโตขึ้นหนูควรจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นหมอ ผู้เลี้ยงดูเด็กไม่ต้องไปตัดสินใจให้เด็ก แต่ผู้เลี้ยงดูเด็กมีหน้าที่จะต้องให้เด็กทุกคนสนใจวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นเด็กทีเรียนเร็วหรือช้า ให้เด็กเห็นว่าวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น สนุก

3.
บอกวิธีที่ผู้ปกครองจะช่วยให้เด็กเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผู้เลี้ยงดูเด็กไม่ควรสรุปว่าผู้ปกครองทุกคนรู้และแนะนำเด็กได้ ผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้องคอยแนะนำผู้ปกครองด้วย เช่นบอกว่ากิจกรรมที่เด็ก ๆ ทำอยู่นั้นเป็นการสอนวิทยาศาสตร์ในเรื่องอะไร ผู้เลี้ยงดูเด็กอาจแนะนำผู้ปกครองโดยวิธีการออกจดหมายและชี้แจงว่า ผู้ปกครองอาจจะมีาวนร่วมในการส่งเสริมกิจกรรมเรื่องนี้ได้โดยวิธีใดบ้าง

4.
ปลูกฝังให้เด็กเห็นว่าวิทยาศาสตร์จะนำมาซึ่งความสนุกสนานและความพอใจ ผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้องหาวิธีทำอย่างไรให้เด็กรู้สึกว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุก อย่าทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องยาก เช่น ขณะสอนเรื่องส่วนต่าง ๆ ของพืชผู้เลี้ยงดูเด็กไม่ควรบอกว่าต้นไม้ดูดน้ำจากรากไปเก็บไว้ที่ใบ เพราะนั่นหมายถึงผู้เลี้ยงดูเด็กได้บอกเด็กไปหมดแล้ว เด็กจะรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว

5. สร้างความมั่นใจในตนเองให้แก่เด็ก
ผู้เลี้ยงดูเด็กควรทำให้เด็กมีความรู้สึกว่าตัวเองมีค่า เป็นคนมีความสามรถและหัดให้เด็กรู้จักวิธีค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เช่น ให้สังเกตว่าทำไมไม้ถึงลอยน้ำได้ ทำไมเกลือจึงละลายน้ำ เด็กจะรู้สึกอยากค้นพบ อยากหาเหตุผล


4. Miss Suangkamon Sutawee
 เรื่อง:หลักสูตรวิทยาศาสตร์ปฐมวัย จำเป็นหรือไม่ ?
หลักสูตรวิทยาศาสตร์ปฐมวัย เป็นการส่งเสริมครูปฐมวัยให้สามารถจัดประสบการณ์ในรูปของกิจกรรมบูรณาการที่สามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยได้อย่างครบถ้วนทุกด้าน โดยไม่จำเป็นต้อง แยกออกมาสอนเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ เพียงแต่ครูปฐมวัยควรจะตระหนักรู้ว่ากิจกรรมที่จัดให้กับเด็กในแต่ละช่วงเวลานั้น เป็นการส่งเสริมทักษะและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อะไรให้กับเด็กๆ และควรจะจัดกิจกรรมอย่างไรเพื่อจะสามารถตอบสนองและต่อยอดธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเป็นระบบ
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ที่เป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 และต่อเนื่องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา

 อาจารย์ชุติมา เตมียสถิต หัวหน้าสาขาวิทยาศาสตร์ประถมศึกษา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) หนึ่งในทีมงานที่ริเริ่มโครงการนี้ กล่าวถึงที่มาของการจัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตร์ปฐมวัย ว่าจากการเยี่ยมชมโรงเรียนปฐมวัยทุกสังกัดทั่วประเทศ ระหว่างปี พ.ศ.2548 – 2549 พบว่าครูปฐมวัยได้สอนวิทยาศาสตร์ในเชิงเนื้อหามากมาย โดยผ่านการบอกเล่า มากกว่าที่จะให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็น และมีความกระตือรือร้นที่จะสำรวจตรวจสอบหาคำตอบ เนื้อหาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ครูสอนถูกแนวคิด (concept) บ้างไม่ถูกบ้าง และจากการสัมภาษณ์ครูถึงแนวทางการสอนวิทยาศาสตร์ของครู พบว่าครูได้ใช้หลักสูตรปฐมวัย พ.ศ 2546 ของกระทรวงศึกษาธิการเป็นแนวทาง ซึ่งได้กำหนดไว้อย่างกว้าง ๆ ในสาระที่ควรรู้ 4 สาระ ปัญหาที่ครูต้องคิดต่อจากหลักสูตรนี้คือ ครูจะต้องตอบโจทย์ให้ได้ในว่าแต่ละสาระ ครูจะสอนอะไร สอนแค่ไหน สอนอย่างไร และมีสื่อการเรียนรู้อะไรบ้างที่ควรนำมาใช้

5.Miss Natcharita  Suwanmanee
เรื่อง : ส่งเสริมกระบวนการคิดสำหรับเด็ก

การส่งเสริมกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ในเด็ก โครงการวิทยาศาสตร์ของเด็กในเมืองมักเป็นเรื่องที่สัมพันธ์หรือเกี่ยวเนื่องกับตนเองเป็นส่วนใหญ่ ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากการอ่านหนังสือการ์ตูน จึงมุ่งเน้นโครงงานที่เกี่ยวพันกับการประดิษฐ์ของเล่น อาทิ โครงงานประดิษฐ์ตุ๊กตาหุ่นยนต์จากไม้ไผ่ โครงงานประดิษฐ์ผีมหัศจรรย์จากน้ำแข็งแห้ง เป็นต้น
ขณะที่โครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กในชนบทจะมุ่งเน้นโครงงานที่สัมพันธ์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยพยายามนำสิ่งของที่หาได้ง่ายในโรงเรียนและท้องถิ่น หรือสิ่งของเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์ เช่น โครงงานทำกะปิจากถั่วเน่า โครงงานสมุนไพรชุมชน โครงงานสีย้อมผ้าและโครงงานกระดาษข้าวโพด เป็นต้น โครงงานวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงข้างต้น ถ้ามองเผินๆ อาจดูเหมือนไม่สลักสำคัญอะไร แต่ถ้าพิจารณากันอย่างลึกซึ้งจริงจังแล้ว จะพบว่าโครงงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างในวิธีคิด การถูกอบรมเลี้ยงดู บ่มเพาะและลักษณะการดำเนินชีวิต รวมตลอดถึงการให้คุณค่าของสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตระหว่างเด็กในเมือง และเด็กในชนบท



 เทคนิคการสอนของอาจาย์

วันนี้อาจารย์มีสื่อการสอนที่หลากหลาย น่าสนใจ มาให้นักศึกษาได้ลองทำดู ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากทิชชู่  กังหันแบบลูกยาง

ซึ่งอาจารย์ก็ทำเป็นแบบอย่างให้ดูเพราะนักศึกษาบางคนยังไม่เข้าใจ     

การประเมิน( Evaluate )

การประเมินตนเอง
วันนี้รู้สึกตื่นเต้น อย่างบอกไม่ถูกค่ะ เพราะนั่งตามเลขที่ คิดถึงเพื่อนคนที่นั่งข้างกัน แต่ยังไงก็ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและแนะนำ ฟังบทความที่เพื่อนนำมาฝากเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อย วันนี้ดิฉันก็แต่งตัวเรียบร้อยเหมือนที่เคยค่ะ เก็บผมเรียบร้อยดีมากค่ะ

การประเมินเพื่อน
วันนี้ดูเพื่อนก็ตื่นเต้นไม่น้อยเลยที่ได้นั่งตามเลขที่ และเพื่อนส่วนใหญ่ก็สนใจและตั้งใจฟัง เวลาอาจารย์สอนไม่ค่อยคุยกันค่ะ แต่งกายเรียบร้อยดีมากค่ะ

การประเมินอาจารย์
วันนี้อาจารย์แต่งกายเรียบร้อยดีค่ะ มีเทคนิคการสอนที่ดี ฝึกให้นักศึกษาได้คิด และกล้าที่จะแสดงออกอย่างถูกต้องและเหมาะสม

สิ่งที่ต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม
- การเขียนแผนกลุ่ม ทั้ง 5 วัน
-การเขียนแผ่นเดี่ยว (ได้วันที่ 5)

หมายเหตุ
วันนี้นั่งตามเลขที่ เพาะอาจารย์จะได้สะดวกในการดูความประพฤติ